โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคไขมันในเลือด

 

โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ/นกเขาไม่ขัน ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย ที่พบเป็นปัญหาได้บ่อยคือการที่ไม่สามารถที่จะทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว หรือคงสภาพการแข็งตัว เป็นเวลานานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามปกติได้ ปัจจุบันนิยมเรียกว่า “โรคอีดี” (Erectile Dysfunction) ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกิน ยาบางอย่างเช่น ยารักษาภาวะซึมเศร้า ยานอนหลับ อาจมีผลทำให้เกิดการเสื่อมสมรรภาพทางเพศได้ หนึ่งในเวชภัณฑ์ที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดขณะนี้ คือ ยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้ มักมีปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จเป็นที่พึงพอใจ อาการเช่นนี้มักเกิดอยู่เป็นประจำ หรือไม่ก็เป็นอย่างต่อเนื่อง

อวัยวะเพศของผู้ชายประกอบไปด้วยท่อสามท่อเหมือนฟองน้ำเรียกว่า corpus carvernosum สองท่อวิ่งขนานกับท่อปัสสาวะ อยู่ด้านบน และ corpus spongiosum 1 ท่อวิ่งอยู่ด้านล่าง เมื่อได้รับการกระตุ้นเลือดจะเข้าท่อฟองน้ำ ทำให้สามารถขยายได้มากถึง 7-9 เท่า ทำให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้น และแข็งตัวเต็มที่ ตราบเท่าที่ยังมีการตื่นเต้นทางเพศ อวัยวะเพศก็ยังแข็งตัว แต่เมื่อมีการหลั่งเลือดออกจากอวัยวะเพศทำให้มีการอ่อนตัว

โครงสร้างของอวัยวะเพศ

อวัยวะเพศของผู้ชายประกอบไปด้วยท่อสามท่อเหมือนฟองน้ำเรียกว่า corpus carvernosum สองท่อวิ่งขนานกับท่อปัสสาวะ อยู่ด้านบน และ corpus spongiosum 1 ท่อวิ่งอยู่ด้านล่าง เมื่อได้รับการกระตุ้นเลือดจะเข้าท่อฟองน้ำ ทำให้สามารถขยายได้มากถึง 7-9 เท่า ทำให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้น และแข็งตัวเต็มที่ ตราบเท่าที่ยังมีการตื่นเต้นทางเพศ อวัยวะเพศก็ยังแข็งตัว แต่เมื่อมีการหลั่งเลือดออกจากอวัยวะเพศทำให้มีการอ่อนตัว

 

กลไกการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย

 


  1. หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศต้องไม่ตีบ เพราะการที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวต้องมีเลือดไปคั่ง หากมีหลอดเลือดแดงแข็งเลือดก็ไม่สามารถไปเลี้ยงได้อย่างเต็มที่ ภาวะที่ทำให้หลอดเลือดแข็ง ได้แก่ ผู้ที่สูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  2. ระบบประสาทส่วนปลายซึ่งเป็นระบบที่จะรับความรู้สึกที่เกิดจากการสัมผัสทางร่างกาย
  3. ระบบไขสันหลังซึ่งเป็นระบบที่จะเชื่อมโยงการรับความรู้สึกจากประสาทส่วนปลายไปยังประสาทส่วนกลางและถ่ายทอดคำสั่งมายังองคชาติ
  4. ระบบประสาทส่วนกลางซึ่งประกอบด้วยสิ่งเร้าทั้งหลาย เช่น การเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น รวมทั้งจิตนาการณ์และประสบการณ์ในอดีต
  5. สภาวะทางจิตใจ

สาเหตุ

  1. สำหรับสาเหตุทางกายที่พบได้แก่ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบหัวใจ และการไหลเวียนของเลือด และผู้ที่สูงอายุ
  2. เบาหวานถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย และคนไข้ชายที่เป็นเบาหวานจำนวนมากมายก็ประสบปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ คนไข้เหล่านี้มักจะมีแนวโน้มในการเกิดปัญหานี้ในขณะอายุน้อยกว่าผู้ชายทั่วๆ ไปด้วย นอกจากนี้ ผู้ชายที่มีโรคเบาหวานจะมีโอกาสเกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศมากกว่าผู้ชายทั่วไปถึง 4 เท่า
  3. การมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหนึ่งของการที่หลอดเลือดเกิดการแข็ง และตีบตันได้ ทำให้โลหิตที่ไหลไปสู่องคชาติลดน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ตามมา นอกจากนี้ยาหลายชนิดที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูง อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วย
  4. โรคหัวใจ และการมีไขมันคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดสูง โรคหัวใจ และการมีโคเลสเตอรอลสูงอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของโลหิตไปที่องคชาติ ทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ผู้ชายที่มีโรคหัวใจจะมีโอกาสเกิดภาวะปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศมากกว่าผู้ช่วยทั่วไปถึง 2 เท่า
  5. โรคซึมเศร้า ร่วมกับภาวะความเครียด กังวล กลัวความล้มเหลว อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ในขณะเดียวกันผู้ชายที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เพราะสาเหตุทางกายภาพอาจรู้สึกซึมเศร้า เครียด และวิตกกังวล
  6. การผ่าตัดต่อมลูกหมาก อาจเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหากาแข็งตัวของอวัยวะเพศได้โดยไม่ตั้งใจ โดยการทำให้เส้นประสาท และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณใกล้ๆ ต่อมลูกหมากเสียหายส่งผลต่อการแข็งตัวขององคชาติ
  7. โรคไต และโรคพิษสุราเรื้อรัง

ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายนี้ อาจเกิดขึ้นได้เป็นช่วงสั้นๆ ในผู้ชายทุกคน ซึ่งอาจจะไม่มีอะไรผิดปกติ อาการจะหายไปได้เอง โดยไม่ต้องรับการรักษาแต่อย่างใด การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ ไม่มีปัญหาในชีวิตครอบครัว สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้ท่านไม่มีปัญหาเรื่องการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

โรคต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมาก เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์เพศชาย ลักษณะเป็นก้อนขนาดประมาณลูกเกาลัด ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น (อยู่ถัดจากส่วนล่างของกระเพาะปัสสาวะ) คนละส่วนกับลูกอัณฑะ ซึ่งอยู่ในถุงอัณฑะด้านนอก ดังนั้น การตรวจคลำต่อมลูกหมาก จึงต้องตรวจโดยการใช้นิ้ว หรือเครื่องมือสอดทางทวารหนัก

เมื่อผู้ชายมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมากจะมีการโตขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังจากอายุ 50 ปีไปแล้ว บางคนอาการมาก บางคนอาการน้อย และเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดอาการ และความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้น

สำรวจอาการต่อมลูกหมากโต

อาการของโรคต่อมลูกหมากโต เกิดจากเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น จนกดเบียดให้ท่อปัสสาวะส่วนต้น (ที่ต่อมลูกหมากล้อมรอบอยู่) แคบลง เกิดแรงเสียดทานในท่อปัสสาวะ ทำให้การปัสสาวะลำบากขึ้น อาการที่แสดงจะมี 2 กลุ่ม

1.
อาการระคายเคือง เช่น
ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
ปัสสาวะต้องรีบ กลั้นไม่ได้นาน
ปัสสาวะเล็ดและราดเวลาปวดปัสสาวะ
อาการปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนว่ายังมีปัสสาวะค้างอยู่
2.
อาการอุดกั้น เช่น
ปัสสาวะต้องเบ่ง
ปัสสาวะต้องรอ ไม่ออกทันที
ปัสสาวะหยุดเป็นช่วงๆ
ปัสสาวะพุ่งไม่แรง
ปัสสาวะหยดๆ ตอนท้ายของการปัสสาวะ

โรคนี้อันตรายมากไหมครับหมอ

โรคต่อมลูกหมากโต จัดเป็นโรคเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้น โดยตัวของโรคเองไม่ถือว่าร้ายแรง ผู้ป่วยที่มีอาการข้างต้น มักมีปัญหาเกี่ยวกับการพักผ่อน ความวิตกกังวล รวมไปถึงการรบกวนชีวิตประจำวัน และการเข้าสังคม

ในกรณีที่อาการของโรครุนแรงมากขึ้น จนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อและอักเสบของทางเดินปัสสาวะ การเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และการเสื่อมการทำงานของไต ถือเป็นอันตราย และเป็นข้อบ่งชี้ที่จะต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข

อันตรายอย่างหนึ่งที่ควรระวัง คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งพบได้ในผู้ชายสูงอายุเช่นกัน ผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจมีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโต เมื่อไม่ได้รับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง ก็เป็นการเปิดโอกาสให้มะเร็งลุกลามไปได้

ได้เวลาไปหาหมอ

ดังนั้นชายที่มีอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการตรวจต่อมลูกหมาก โดยการตรวจทางทวารหนักและการเจาะเลือด เพื่อดูค่าบางอย่างที่เกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เพื่อเป็นการป้องกันแต่เนิ่นๆ

ในรายที่มีอาการผิดปรกติ ดังที่กล่าวข้างต้น ควรเข้ารับการตรวจรักษา และรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคระบบทางเดินปัสสาวะ

วิธีรักษา

แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของอาการผู้ป่วยแต่ละคน โดยแบ่งเป็น 3 วิธี

1.
การเฝ้าระวัง ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย แพทย์จะแนะนำให้สังเกตอาการและปรับพฤติกรรมดังนี้
ลดน้ำดื่มหลังอาหารเย็น และก่อนนอน
พยายามไม่ให้ท้องผูก
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือชากาแฟ
หลีกเลี่ยงยาลดน้ำมูกบางตัวที่มีผลกับการปัสสาวะ
2.
การใช้ยา ซึ่งจะมี 2 กลุ่มหลัก คือ
ยากลุ่มต้านอัลฟ่า ที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมาก ทำให้ท่อปัสสาวะที่ตีบแคบขยายกว้างขึ้น ทำให้ปัสสาวะสะดวกขึ้น
ยากลุ่มต่อต้านเอนไซม์ที่มีผลต่อการโตของ ต่อมลูกหมาก ซึ่งจะมีผลยับยั้งต่อมลูกหมากไม่ให้โตขึ้น และถ้าใช้เป็นเวลานาน 6 เดือนขึ้นไป จะมีผลให้ต่อมลูกหมากมีขนาดลดลงในระดับหนึ่ง
3.
การผ่าตัดต่อมลูกหมาก โดยการส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะ สำหรับข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดคือ
ปัสสาวะไม่ออก (ต้องใส่สายสวนปัสสาวะ)
มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหลายครั้ง
ไตเสื่อมการทำงานซึ่งเป็นผลจากการอุดตัน

ข้อควรรู้ในการปฏิบัติตัว

ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ที่บ่งบอกว่า การมีเพศสัมพันธ์ที่มากหรือน้อย จะมีผลต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต
ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตส่วน ใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย ดังนั้นการลดการกินเนื้อสัตว์ และอาหารฟาสต์ฟู้ด และการกินอาหารที่ปรุงจากธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง งา เมล็ดฟักทอง น้ำมันรำข้าว มะเขือเทศ จะช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงดีขึ้น
เมื่อมีอาการผิดปรกติเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำหรือรับการรักษาอย่างถูกต้อง

 

 

นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 162

                                                                แหล่งข้อมูล :www.cheewajit.com

 

โรคไขมันในเลือด

ไขมันในเลือดสูงหมายถึงร่างกายเรามีไขมันในกระแสเลือดสูง ไขมันที่สูงอาจจะเป็น cholesterol หรือ Triglyceride ก็ได้ ไขมันสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคอัมพาต เนื่องจากไขมันสูงจะตกตะกอนที่ผิวของผนังหลอดเลือดที่เรียกว่าคราบไขมันหรือ Plaqueซึ่งจะทำให้หลอดเลือดตีบ หรือคราบอาจจะหลุดลอยไปอุดหลอดเลือดทำให้เกิิดโรค

ค่าปกติของไขมันอยู่ระหว่าง 140 and 200 mg/d ทางการแพทย์จะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับไขมัน Total Chloresterol และ LDL Choresterol และไขมัน HDL Cholesterol เนื่อวจากภาวะทั้งสองสามารถควบคุมโดยการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่การเกิดหลอดเลือดแข็งจะดกิดเร็วหากมีภาวะไขมันผิดปกติดังนี้

  • มีระดับของ triglycerides (TG) สูง
  • ไขมัน low-density lipoprotein (LDL) สูง:ซึ่งเป็นไขมันไม่ดี
  • ไขมัน highdensity lipoprotein-cholesterol (HDL-C)ต่ำ

อาการของไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูงจะไม่มีอาการ การที่จะทราบว่าไขมันในเลือดสูงรู้ได้จากการเจาะเลือดตรวจ

สาเหตุของไขมันในเลือดสูง

  • กรรมพันธ์ ร่างกายไม่สามารถกำจัดไขมันได้อย่างเพียงพอ
  • โรคเบาหวาน
  • พฤติกรรมในการดำรงชีพ ไม่ได้คุมอาหาร ไม่ได้ออกกำลังกาย

ปัจจัยเสี่ยงของโรคไขมันในเลือดสูง

ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ไขมันในเลือดสูงได้แก่

  • อ้วนหรือน้ำหนักเกิน
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมาก
  • ออกกำลังกายไม่เพียงพอ
  • ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่เบาหวาน

การวินิจฉัย

ค่าปกติของไขมันในเลือด

Total cholesterol levels:

  • ระดับที่ต้องการ: ต่ำกว่า 200 mg/dL
  • สูงปานกลาง: 200 – 239 mg/dL
  • สูง: มากกว่า 240 mg/dL

LDL cholesterol levels:

  • ระดับที่ต้องการสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือมีความเสี่ยงสูง: ต่ำกว่า 70 mg/dL
  • ระดับที่ต้องการ for people at risk of heart disease: ต่ำกว่า 100
  • ระดับที่ต้องการ: 100 – 129
  • สูงปานกลาง: 130 – 159
  • สูง: 160 – 189

HDL cholesterol levels:

  • ผลไม่ดี: ต่ำกว่า 40 mg/dL
  • ค่าที่ยอมรับได้: 40 – 59
  • ระดับที่ต้องการ: 60 or สูงกว่า

Triglyceride levels:

  • ระดับที่ต้องการ: ต่ำกว่า 150 mg/dL
  • สูงปานกลาง: 150 – 199
  • สูง:สูงกว่า 200

ผู้ใหญ่ที่ค่าไขมันปกติควรจะตรวจซ้ำทุก 5 ปี หากไขมันในเลือดสูงควรตรวจซ้ำอีก 2-6 เดือน

อาหารที่มีไขมันสูง

ไขมันจากปลาจะอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว เมื่อรับประทานมากเกินไปจะทำให้ระดับไขมันในเลือดสูง ไขมันที่สูงจะเป็นความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง อาหารที่มีไขมันสูงได้แก่

  • น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปามล์ กะทิ
  • เนย มาร์การิน เนยเทียม
  • หนังไก่
  • เครื่องใน เนื้อติดมัน
  • ของทอด

หากมีครับทั้งสามภาวะโอกาศที่จะเกิดหลอดเลือดแข็งจะสูง

เมื่อไรจึงจะเจาะเลือดตรวจหาไขมันในเลือด

  • เจาะเลือดผู้ปายอายุมากกว่า 40 ส่วนผู้หญิงอายุมากกว่า 50 หรือเมื่อหมดประจำเดือน
  • มีหลักฐานว่ามีโรคหลอดเลือดตีบ เช่น หลอดเลือดขาหรือหัวใจตีบ
  • เป็นโรคเบาหวานชนิดที่2
  • ความโลหิตสูง
  • ประวัติพ่อแม่พี่หรือน้องเป็นโรคหลอดเลือดก่อนวัย
  • ผู้ป่วยโรคอ้วนลงพุง
  • เป็นโรคเรื้อรังบางชนิดที่พบว่าอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสูง เช่น โรครูมาตอยด์ โรค SLE Psoriasis
  • ผู้ที่ไตเสื่อมอัตราการกรองของไตน้อยกว่า 60
  • ตรวจร่างกายแล้วพบว่ามีหลักฐานว่าไขมันสูงในครอบครัว

 

การประเมินความเสี่ยงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะพิจารณาจาก เพศ อายุ ระดับไขมัน ระดับความดันโลหิต การสูบบุหรี่ และนำไปเทียบกับตารางก็จะได้ตัวเลขความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าหากมากกว่าร้อยละ10จะต้องควบคุมความเสี่ยงให้ดี การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะแยกเป็น

  • การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในชาย
  • การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในหญิง
  • การคำนวนความเสี่ยงจากสูตร

การจัดระดับความรุนแรงของความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

จะแบ่งระดับความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดออกเป็น

ความเสี่ยงสูงมาก

ได้แก่ภาวะดังต่อไปนี้

  • เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นอัมพาตหรืออัมพฤกษ หลอดเลือดแดงขาตีบหรือจากการตรวจเช่น การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ การตรวจโดยการวิ่งสายพาน กาดวัดความหนาของหลอดเลือดที่คอ
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่2 หรือผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่1ที่มีอวัยวะเสียหาย เช่นพบโปรตีนในปัสสาวะ หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางตา
  • ผู้ที่ไตเสื่อมมากโดยอัตราการกรองของไตต่ำกว่า 60
  • อัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด10ปีมากกว่าร้อยละ 10

ความเสี่ยงสูง

  • ผู้ที่มีระดับไขมัน หรือระดับความดันโลหิตสูงมาก
  • มีความเสี่ของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ระหว่าง 5-10 %

ความเสี่ยงปานกลาง

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดระหว่า1-5 %

ความเสี่ยงต่ำ

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่า1%

เมื่อไรจะรักษาไขมันในเลือดสูง

ปัจจัยที่จะพิจารณาว่าจะรักษาไขมันในเลือดสูงได้แก่ อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะเวลา 10 ปี และระดับไขมัน LDL

อัตราเสี่ยง(%) ระดับไขมัน LDL ของท่าน
<70mg% 70-100mg% 101-155mg% 156-190mg% >190 mg%
<1 เสี่ยงต่ำ ไม่ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ต้องปรับเปลี่ยน ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา
1-5 เสี่ยงปานกลาง ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา ปรับพฤติกรรม หากยังสูงต้องใช้ยา
5-10 เสี่ยงสูง ปรับพฤติกรรม และพิจารณายา ปรับพฤติกรรม และพิจารณายา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา
>10 เสี่ยงสูงมาก ปรับพฤติกรรม และพิจารณายา ปรับพฤติกรรมและใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา ปรับพฤติกรรม และใช้ยา

อัตราเสี่ยงท่านสามรถหาได้จากการประเมินความเสี่ยงของ ชาย และ หญิง ส่วนค่า LDL ได้จากการเจาะเลือด

การรักษาไขมันในเลือดสูง

ระดับไขมันที่ต้องการ

เป้าหมายของระดับไขมันหลังการรักษาจะขึ้นกับอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง(กลุ่มเสี่ยงสูงมาก และอัตราเกิดโรคมากกว่าร้อยละ10ใน10ปี

  • ให้ลดระดับ LDL ให้ต่ำกว่า 70 มก%
  • หรือลดระดับ LDL ลงจากดิมร้อยละ 50

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง(ความเสี่ยงสูง หรืออัตราการเกิดโรคหัวใจร้อยละ5-10)

  • ให้ลดระดับ LDL ให้ต่ำกว่า 100 มก%

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงปานกลาง(ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ1-5)

  • ให้ลดระดับ LDL ให้ต่ำกว่า 115 มก%

การรักษาโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

อ้วนไขมันในเลือดสูงทุกชนิดจะต้องรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก การงดบุหรี่ การดื่มสุรา และการควบคุมอาหาร

ประสิทธิผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่ละชนิดขึ้นกับชนิดของไขมันที่สูง ผู้ป่วยที่ไขมัน LDL สูงการลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ลดไขมันชนิด transจะช่วยลดไขมันได้ดี ส่วนไขมัน Triglyceride สูง การลดน้ำหนักร่วมกับการออกกำลังกายจะได้ผลดี ดังนั้นในการเลือกวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะขึ้นกับชนิดไขมันที่ขึ้น

 

ยาลดไขมัน

ไขมันในเลือดสูงการรักษาไขมันในเลือดสูงจะต้องพิจารณาจากโรคที่เป็น โรคที่เป็นร่วม ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และระดับไขมันในเลือด หากไขมันในเลือดสูงไม่มาก และความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดต่ำการรักษาก็อาจจะเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากไขมันในเลือดสูงมาก และหรือมีโรคหรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดมากก็จะต้องรีบให้ยารักษาไขมัน

 

การป้องกันไขมันในเลือดสูง

สาเหตุของไขมันในเลือดสูงส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรมซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ แต่อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากพฤติกรรม ซึ่งหากมีการปรับพฤติกรรมก็สามารถป้องกันการเกิดไขมันในเลือดสูงได้

 

การลดไขมันโดย Phytosterol

Phytosterol พบมากในน้ำมันพืช ถั่ว ผัก และผลไม้ มีสูตรโครงสร้างเหมือน cholesterol แต่ไม่ทำให้เส้นเลือดตีบ ช่วยลดการดูดซึม cholesterol

การป้องกันไขมันในเลือดสูง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยลดไขมันในเลือดได้

อาหาร

รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจะช่วยลดไขมัในเลือดได้ โดยโดยลดอาหารไขมันมีหลักการใหญ่ดังนี้

ไขมันอิ่มตัวเนื้อติดมัน
ธัญพืชธัญพืช
เนื้อไก่เนื้อไก่ไม่ติดหนังไขมันจะต่ำ
  • ลดปริมาณไขมันอิ่มตัว saturated fats และไขมัน trans fats .โดยภาพรวมปริมาณไขมันอิ่มตัวที่เรารับประทาน ไม่ควรจะเกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานทั้งหมด ส่วนไขมัน trans fatsไม่ควรจะรับประทานเลย จากการศึกษาพบว่าหากเรารับประทานไขมัน trans fats ปริมาณเพียงร้อยละ2ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจร้อยละ23 ให้ใช้ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หรือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวแทน
    • ตัวอย่างไขมันอิ่มตัวได้แก่ น้ำมันปามล์ กะทิ เนย มาร์การิน น้ำมันหมู เบคอน ปลาท่องโก๋ ข้าวมันไก่ โรตี กุ้ง ปลาหมึกอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
    • ตัวอย่างน้ำมัน Trans ของทอดจากร้านอาหารจานด่วน มาร์การินเหลว trans fat
    • ตัวอย่างน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด
    • ตัวอย่างน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว น้ำมันมะกอก น้ำมัน canola
  • รับประทานธัญพืช และอาหารที่มีใยอาหารสูง ข้าวกล้อง
  • รับประทานผักและผลไม้เพิ่มซึ่งจะลดไขมันลงได้ร้อยละ 15 โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มี plant phytosterol
  • ไขมัน cholesterolจะพบมากในไข่แดง เครื่องในดังนั้นต้องหลีกเลี่ยง
  • รับประทานปลาที่มีไขมันสูง(แซลมอน)อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 มื้อ
  • รับประทาน phytosterols and stanols ที่พบมากในถั่ว น้ำมันพืช และผลิตภัณฑ์ที่ใส่สาร phytosternol ซึ่งจะลดไขมันลงได้ร้อยละ 15

อ่านเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

การลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักแม้ว่าจะลงเพียง2-4กิโลกรัมก็จะลดไขมันลงได้ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อ่านโรคอ้วน

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และลดไขมัน LDL Cholesterol,triglyceride อ่านเรื่องการออกกำลังกาย


****************************************************************

วันและเวลาจัดส่งสินค้า

วันจันทร์-ศุกร์ รับออเดอร์ เวลา 06.00-15.30 น. ส่งสินค้าเวลา 15.30-16.30 น หลังเวลา 16.30 – 24.00 รับออเดอร์ ทางเราจะจัดส่งในวันถัดไป

วันเสาร์ รับออเดอร์ เวลา 06.00-11.00 น. จัดส่งสินค้าเวลา 11.00-12.00 น.หลังเวลา 16.30 – 24.00 รับออเดอร์ ทางเราจะจัดส่งสินค้าในวันจันทร์

วันอาทิตย์ รับออเดอร์ เวลา 06.00 – 24.00 น. จัดส่งสินค้าวันจันทร์

 

วิธีสั่งซื้อเกร็กคู และวิธีชำระเงิน

ขายส่ง จำนวน  50-300  กล่อง โทรสอบถาม 

 คุณนัน 081-914-0148(AIS) , 089-699-8704(DTAC)

Line ID : herbal-center

 

สั่งยาเกร็กคูได้อีกทาง E-Mail: druggrakcu@windowslive.com (กรุณาฝากเบอร์โทรติดต่อกลับด้วยนะคะ)

สาหร่ายเกลียวทองเฮอร์บาเล่ (herbale) สรรพคุณ เป็นอาหารเสริมเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ที่ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ บำรุงร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี

 

 *********ขอบคุณค่ะที่ไว้วางใจเรา*********



This entry was posted in โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>