เห็ดหลินจือ ตราโหรทศพรโอสถ

                                                   เห็ดหลินจือ ตราโหรทศพรโอสถ

24BT เห็ดหลินจือ

24BT ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากเห็ดหลินจือ

สรรพคุณ : ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงร่างกาย บำรุงตับและรักษาโรคตับ ช่วยแก้อาการภูมิแพ้ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหร่อของร่างกาย ป้องกันเส้นเลือดหัวใจตีบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รักษาระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร บำรุงและฟื้นฟูการทำงานไต ช่วยรักษาโรคไตวาย

เลขทะเบียน อย.10-1-09355-1-0001

ส่วนประกอบหลัก

เห็ดหลินจือ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และให้ภูมิคุ้มกันเป็นตัวกำจัดมะเร็ง เนื่องจาก เห็ดหลินจือมีสารเยอรมาเนียมที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้วยังมีสารโพลีแซคคาไรด์อีกตัวที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และยังโปรตีน 8 ในเห็ดหลินจือที่ช่วยปรับภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติ ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่างๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้

 

ฟีนิลอะลานิน (Phenylalanine) สามารถยับยั้งหรือลดความอยากอาหารได้

โดยกระตุ้นการปลดปล่อยฮอร์โมนCholescytokinin (CCK) ออกมา ส่งผลให้รู้สึกอิ่ม และทานอาหารน้อยลง โรคด่างขาว (Vitiligo) บางการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับฟีนิลอะลานินพร้อม ๆ กับ รังสี UVA สามารถเหนี่ยวนำให้ผิวบริเวณที่ถูกทำลาย กลับมามีการสร้างเม็ดสีได้อีกครั้ง ภาวะซึมเศร้า หดหู่ มีการศึกษาพบว่า ฟีนิลอะลานีนจะกระตุ้นการสร้างสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ในสมองบางชนิดเช่น โดพามีน นอร์อิพีเนพริน และสารเคมีชนิดอื่น ๆ ส่งผลให้ภาวะของอารมณ์ดีขึ้น

แอล-แอสคอร์เบต (L-ascorbate) เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้ เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation) ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตายในกรณีเด็กอ่อน (SIDS : Sudden Infant Death Syndrome) ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยคลายเครียด ช่วยหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ โดยวิตามินอาจเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์ มะเร็ง ให้กลายเป็นกรดขึ้น ทำให้เนื้อร้ายชะงักและน้ำหนักลดไปได้

Peptide Collagen Fish ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ ช่วยบำรุงผิวพรรณที่แห้งกร้านและถูกทำลาย ช่วยให้ผิวพรรณกระชับ เปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยให้ฝ้า กระ จางลง ปกป้องรังสียูวีที่รบกวนผิวจากแสงแดด สำหรับผมและเล็บ บำรุงสุขภาพผม เล็บ และสายตา เพิ่มความแข็งแรงให้เล็บที่ผิดปกติ เพื่มความหนาของเส้นผมลดการหลุดร่วงและเพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผม อย่างที่ได้รู้สึกได้ สำหรับกระดูก เสริมสารคอลลาเจนในบริเวณข้อต่อกระดูก

 

กรดอัลฟาไลโปอิก มีส่วนสำคัญในการเผาผลาญอาหาร

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านการอักเสบที่ทำให้เกิดสิว ช่วยรักษาการอักเสบของสิว กรดอัลฟาไลโปอิกทำให้ผิวสะอาด โดยการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นจึงสามารถป้องกันการเกิดสิว และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือดไปยังประสาท ดังนั้นผิวก็จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการบำรุง ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้น กำจัดสารพิษที่อยู่ในร่างกายได้เป็นอย่างดี

คำแนะนำ

1. กรณีที่เป็นโรคและรักษาแพทย์ปัจจุบัน ให้รับประทานร่วมกับยาแผนปัจจุบัน และเมื่ออาการดีขึ้นจะสังเกตุว่าจะรับประทานยาแพทย์ปัจจุบันลดลง

2. ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

 

 

รศ.พญ.ดร.นาริสา ฟูตระกูล ภาควิชาสรีระวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ทีมวิจัยค้นคว้ารักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง เนฟโฟรสิส ชนิด focal segmental sclerosis ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ โดยเปลี่ยนให้รับประทานสารสกัดจากเห็ดหลินจือ วันละ 750-1,000 มิลลิกรัม ควบคู่กับการใช้ยาขยายหลอดเลือด พบว่าช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของไตให้ดีขึ้น อีกทั้งภาวะเนื้อไตตายลดลงอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ การบริโภคสารสกัดในปริมาณดังกล่าวยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงใดๆ ด้วย เนื่องจากเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีเพดานการบริโภคที่สูงมาก แต่หากคนปกติทั่วไปต้องการบริโภคเห็ดหลินจือเพื่อบำรุงร่างกายก็อาจไม่จำเป็นต้องรับสารสกัดในขนาดสูงเช่นนั้นก็ได้

 

ากการวิจัยสารสกัดจากเห็ดหลินจือ โดยสถาบันวิจัยโครงสร้างสารแห่งชาติประเทศจีนที่มลฑลฟูโจว  พบว่าเห็ดหลินจือมีโปรตีนที่จัดว่าเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์  ได้มาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอาหารและการเกษตร  ( FAO ) และองค์การอนามัยโลก(WHO)  แห่งสหประชาชาติ  พบว่าเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์  เช่น  ไอโซลิวซีน  ลิวซีน  ไลซีน  เมไธโอนีน  ฟีนิลอะลานีน  ทรีโอนีน  ทริปโตแฟน  และวาลี  รวมถึง  ฮีสพีดีน  ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดที่จำเป็นในเด็ก  ก็ยังตรวจพบในเห็ดหลินจือ

สำหรับส่วนประกอบของเกลือแร่  พบว่าเห็ดหลินจือมีเกลือแร่อยู่หลายชนิด  ได้แก่ แคลเซียม  แมกนีเซียม  โซเดียม  โปแตสเซียม  ฟอสฟอรัส  สังกะสี  ทองแดง  เหล็ก  นิเกิล  โคบอลท์  โครเมียม  โมลิบดีนัม  ลิเทียม  เยอร์มาเนี่ยม  ซีเรเนียม  สตรอนเตียม  ติตาเนียม  โบรอน  อยู่ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ในส่วนขององค์ประกอบที่เป็นวิตามินก็มีนักวิทยาศาสตร์ทั้งจีนและญี่ปุ่นทำการวิจัยพบว่าในเห็ดหลินจือมีวิตามินบี1  บี2  บี6  วิตามินดี  โคลีน  ไนอาซีนและอินโนซิทอล  เป็นต้น

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า เห็ดหลินจือนอกจากจะมีสารสำคัญทางเภสัชที่ แสดงฤทธิ์เป็นยาแต่ภายในเห็ดหลินจือ ยังมีสารสำคัญที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างไปจากผลิตภัณฑ์พวกวิตามินรวม  หรือผลิตภัณฑ์พวกเสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไป  ตรงจุดนี้ทำให้เห็ดหลินจือได้รับการยอมรับจาก นักวิจัยทั่วโลกว่าเป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์มีประสิทธิภาพที่สุด

 

เห็ดหลินจือ รักษาโรคไต
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ วิจัยนำเห็ดหลินจือมารักษาไตเรื้อรัง
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยนำเห็ดหลินจือมารักษาไตเรื้อรัง ระบุเห็ดหลินจือ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของไต ทางเลือกใหม่แทนกินยากดภูมิคุ้มกัน แพทย์จุฬาฯศึกษากลไกการเกิดภาวะไตวายในร่างกาย พร้อมสร้างทางเลือกใหม่รักษาโรคไตเรื้อรังด้วยสารสกัดเห็ดหลินจือ เผยผลทดสอบเบื้องต้นช่วยผู้ป่วยกลับสู่ภาวะปกติ ระบุสรรพคุณสร้างสมดุลให้ระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการไตอักเสบ ภาวะไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพระบบไหลเวียนโลหิตและเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของไต

รศ.พญ.ดร. นริสา ฟูตระกูล ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ทีมวิจัยค้นพบวิธีรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเนฟโฟรสิส ชนิด focal segmental sclerosis ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ โดยเปลี่ยนให้รับประทานสารสกัดจากเห็ดหลินจือวันละ 750 – 1,000 มิลลิกรัม ควบคู่กับการให้ยาขยายหลอดเลือด พบว่า ช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของไตให้ดีขึ้น อีกทั้งภาวะเนื้อไตตายลดลงอย่างชัดเจน

หลังจากทำวิจัยแล้วพบว่า สาเหตุมาจากสารพิษในเลือด สารอนุมูลอิสระ และการเสียสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ที่ทำให้สารซัยโตคายน์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเซลล์บุผิวหลอดเลือด ทำให้เกิดการหดรัดตัวของหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น จนเกิดความดันภายในไตเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ไตเกิดภาวะขาดเลือด เกิดเนื้อไตตายได้

นัก วิจัย กล่าว ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเนฟโฟรสิส ชนิด focal segmental sclerosis จะมีอาการเนื้อตัวบวมอย่างเห็นได้ชัด และหากตรวจเลือดและปัสสาวะจะพบภาวะไข่ขาวรั่วในปัสสาวะมากกว่า 3.5 กรัมต่อวัน ส่งผลให้โปรตีนในเลือดต่ำ ปริมาณการหมุนเวียนในเลือดไม่เพียงพอ เลือดในร่างกายพร่อง ข้นหนืด ก่อให้เกิดการอุดตัน และยังมีภาวะเผาผลาญไขมันผิดปกติ ไขมันในเลือดสูง ภาวะต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ไตมีการอักเสบ เสื่อม และถูกทำลายจนเข้าสู่ภาวะไตวายในท้ายที่สุด

หลัง จากเข้าใจถึงกลไกของสาเหตุโรคไตแล้ว รศ.พญ.ดร.นริสาจึงได้นำเอาสารสกัดจากเห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) มาทดลองกับผู้ป่วย เนื่องจากมีสรรพคุณในการช่วยฟื้นฟูระบบสมดุลของภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งยังได้รักษาร่วมกับการใช้ยาขยายหลอดเลือดด้วย

รศ.พญ.ดร. นริสา ฟูตระกูล ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ทีมวิจัยค้นพบวิธีรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเนฟโฟรสิส ชนิด focal segmental sclerosis ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ โดยเปลี่ยนให้รับประทานสารสกัดจากเห็ดหลินจือวันละ 750 – 1,000 มิลลิกรัม ควบคู่กับการให้ยาขยายหลอดเลือด พบว่า ช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของไตให้ดีขึ้น อีกทั้งภาวะเนื้อไตตายลดลงอย่างชัดเจน

หลังจากทำวิจัยแล้วพบว่า สาเหตุมาจากสารพิษในเลือด สารอนุมูลอิสระ และการเสียสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ที่ทำให้สารซัยโตคายน์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเซลล์บุผิวหลอดเลือด ทำให้เกิดการหดรัดตัวของหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น จนเกิดความดันภายในไตเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ไตเกิดภาวะขาดเลือด เกิดเนื้อไตตายได้

สำหรับ อาสาสมัครที่เข้ารับการรักษา เป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีอาการไข่ขาวรั่วในปัสสาวะต่อเนื่อง 5 – 10 ปี กำลังอยู่ในภาวะไตเสื่อมถอยลงอย่างช้าๆ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน หลังจากรักษาได้ราว 1 ปี พบว่าภาวะเสียสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันเข้าสู่ระดับปกติ ผู้ป่วยมีการทำงานของไตดีขึ้น ภาวะไข่ขาวรั่วในปัสสาวะลดลง และสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพของไตให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้

“ปริมาณ ของสารสกัดจากเห็ดหลินจือที่มีคุณสมบัติในการรักษาได้นั้น จะอยู่ประมาณ 750 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยต้องใช้ร่วมกับยาขยายหลอดเลือด ซึ่งจะเข้าไปช่วยฟื้นฟูกลศาสตร์ไหลเวียนของไตให้ดีขึ้น เพราะเลือดจะไหลเข้าสู่ไตได้มากขึ้น ทำให้ความดันภายในไตลดลง”

นอก จากนี้การบริโภคสารสกัดเห็ดหลินจือในปริมาณดังกล่าวยังไม่ก่อให้เกิดอันตราย หรือผลข้างเคียงใดๆ ด้วย เนื่องจากเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีเพดานการบริโภคที่สูงมาก

รศ.พญ.ดร. นริสา ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไตว่าผู้ป่วยจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ บริโภคและการดำเนินชีวิตโดยให้ความสำคัญในเรื่องอาหาร น้ำ อากาศ การออกกำลังกาย การกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณที่จำกัด ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ ดื่มน้ำให้มากเพียงพอเพื่อไม่ให้ไตขาดเลือด ที่สำคัญคือควรงดสูบบุหรี่

 ทำไมเห็ดหลินจือถึงรักษาโรคไตอักเสบ ไตวายได้

นพ. บรรเจิด ตันติวิท ได้เขียนหนังสือ “หลิงจือ กับ ข้าพเจ้า” ซึ่งอธิบายหลักการทำงานของเห็ดหลินจือ และประสบการณ์ในการรักษาเห็ดหลินจือให้แก่ผู้ป่วย ได้อธิบายถึงการทำงานของเห็ดหลินจือว่าทำไมถึงรักษาโรคไตอักเสบ ไตวายได้

ไต ที่อักเสบจะมีใยแผลเป็นที่ไต นานเข้าจะหดรัดไต ทำให้ไตเล็กลง รวมทั้งยังรัดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงไต ทำให้ไตทำงานไม่ได้ ไตเกิดภาวะขาดเลือด

 เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคไตอักเสบ ไตวายได้ เพราะ

 เห็ด หลินจือจะช่วยละลายใยแผลเป็นให้ อ่อนตัว ไม่ให้ไปรัดเส้นเลือดที่เลี้ยงไต เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงไตได้ จึงทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น
 เห็ด หลินจือมีสารนิวคลีโอไชด์ มีคุณสมบัติละลายลิ่มเลือด ไม่ให้ลิ่มเลือดเกาะตัวง่ายจนทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
 เห็ดหลินจือเป็นแอนติออกซิแดนต์สามารถขจัดอนุมูลอิสระได้
 เห็ด หลินจือมีโปรตีน Lz-8 ที่ปรับระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติ รวมทั้งมีสารเยอรมาเนียมและสารโพลีแซคคาไรด์ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ให้แข็งแรงอีกด้วย

 เห็ดหลินจือ-มะระขี้นก กับโรคเบาหวาน

เมื่อพูดถึงเรื่องสมุนไพรกับโรคเบาหวาน   เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีสารสำคัญทางยาที่ลดน้ำตาลในเลือดได้คือสาร  ที่อยู่ในกลุ่มของ  โพลีแซ็กคาไรด์   ได้แก่

กาโนเดอแรน เอ บี และ ซี (Ganoderans A,B,C,) ช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือด( Hypoglycemic effect ) ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของสารอินซูลินซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย

ปัจจุบันได้มีการจดสิทธิบัตรสารสำคัญในเห็ดหลินจือ  คือกาโนเดอแรน เอ บี และ ซี (Ganoderans A,B,C,) ทำเป็นยารักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีข้อบ่งชี้ใช้ลดน้ำตาลในเลือด

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ยังทำการค้นคว้าต่อไปอีก  ก็พบว่ายังมีสมุนไพรอื่นอีกที่มีสารสำคัญในการลดน้ำตาลได้คือ  มะระขี้นกสมุนไพรไทย

สำหรับสรรพคุณทางยาในตำรายาแผนโบราณของไทย  ผลใช้เป็นยาขมเจริญอาหาร    บำรุงน้ำดี    แก้โรคม้ามและตับ    เป็นยาแก้ไข้    ขับพยาธิ   น้ำคั้นเป็นยาระบายอ่อน ๆ    ผลใช้อมแก้ปากเปื่อย    ปากเป็นขุย

 เห็ดหลินจือกับไขมันในเลือดสูง

เห็หลินจือช่วยผู้ป่วยด้วยโรคไขมันในเส้นเลือดได้อย่างไร คำตอบก็คือเมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นคว้าและวิจัยถึงสารออกฤทธิ์และสรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือพบว่า  ภายในเห็ดหลินจือ มีตัวยาที่ใช้รักษาโรคไขมันใน  เส้นเลือดสูงคือ

กรดกาโนเดอริค  ( Ganoderic acid  A, B, C1, C2, D-K, R-Z  )   และกรดลูซิเดนิค ( Lucidenic acid )   ซึ่งเป็นตัวยาที่ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด            (Hypercholesterolemic activity ) และยังมีผลในการ   ป้องกันการอุดตันของของไขมันในเส้นเลือดได้อีกด้วย( Antiartherogenic )อีกทั้งยังทำหน้าที่บำบัดรักษาในคนที่เคยมีไขมันอุดตันในเส้นเลือดมาแล้ว (Antiarteroselerotic )

นอกจากนี้ยังพบกลุ่มสาร นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) มีสรรพคุณในการป้องกันเส้นเลือดอุดตันจากลิ่มเลือด (Antithrombotic activity) ส่งผลช่วยลดอัตราการเกิดโรคอัมพฤกษ์   อัมพาต  ลงได้

          มีรายงานผลการศึกษาทางคลินิกโดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่นในผู้ป่วย  70 รายหลังจากให้ผู้ป่วยกินเห็ดหลินจือแบบสกัดเป็นเวลา  3 เดือน  พบว่าสามารถลดคลอเรสเตอรอลได้  74.2%   ซึ่งตรงกันกับรายงานผลการศึกษาทางคลินิกที่มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์เมืองเซียงไฮ้  ที่พบว่า  สามารถลดไขมันในเลือดคลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ได้เช่นกัน  ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยลดการอุดตันภายในเส้นเลือดของอวัยวะต่าง ๆ ได้

 

เห็ดหลินจือกับโรคหัวใจ

ปีพ.ศ. 2547  กระทรวงสาธารณสุขเผย คนไทยเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจ ชั่วโมงละ 4 ราย  และป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 32,896 ราย เฉลี่ยเดือนละ 2,741 ราย หรือชั่วโมงละเกือบ 4 ราย  เป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็ง และอุบัติเหตุ จังหวัดที่มีอัตราการตายสูงที่สุดในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ เฉลี่ยแสนละ 91 ราย  เพศชายมีอัตราแสนละ106 ราย สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ 2  เท่าตัว  เพศหญิงมีอัตราการตายแสนละ 77 ราย  และมีแนวโน้มว่าคนป่วยจะมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ  สาเหตุของโรคหัวใจ 80% มาจากพฤติกรรมจากการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล ไขมันสูง ไม่ออกกำลังกาย

กล่าวกันว่า  ชาวจีนโบราณรู้จักใช้เห็ดหลินจือบำรุงและรักษาโรคหัวใจ  ตั้งแต่ต้นสมัยราชวงศ์หมิงราว  630  ปี  และที่ผ่านมาหมอจีนโบราณยังคงใช้รักษา ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน

มีรายงานการทดลองทางคลินิกโดยคณะแพทย์ที่กรุงปักกิ่ง  ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอก  ที่มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดในหัวใจตีบ  จำนวน  120  ราย  จากการติดตามอาการและการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  พบว่า  หลังจากให้กินเห็ดหลินจือผ่านไป  1  เดือน  ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น  และเมื่อให้กินติดต่อกันนาน  3  เดือน  ผู้ป่วยจากจำนวน  120  ราย  มีอาการดีขึ้น  108  ราย  คิดเป็น  90%  ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ

 

 รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหาร

สารสกัดเห็ดหลินจือ 1 กล่อง มี 60 แคปซูล ราคา 1800 บาท

ราคาส่งติดต่อสอบถาม

โทร.081-9140148 (AIS),089-6998704 (DTAC)

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>